ความกลัวจากภายใน

posted on 17 Nov 2007 17:11 by jamezard  in Diary

เมื่อวานนี้เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นกับตัวผม
คือ ผมไม่สามารถลงมือวาดภาพได้
อ่านแล้วคงรู้สึกแปลกๆ
แต่นั่นคือเรื่องจริง
คือ ผมไม่กล้า ลงมือวาด กลัวอะไรก็ไม่รู้
กลัวภาพไม่สวย
กลัวภาพไม่เสร็จ
กลัวนั่นกลัวนี่ บลาๆๆ
จนทำให้ไม่สามารถวาดได้
ทั้งนี้คงเป็นเพราะว่าได้ห่างจากการวาดเส้นไปร่วมเดือน
เพื่อไปอ่านหนังสือสอบปลายภาค

แต่แล้วในที่สุด ก็ฝืนวาดไป
คิดในใจเสมอว่า "วาดไปเถอะ วาดไปเรื่อยๆ
ไม่สวยก็ไม่เป็นไรหรอก ฝึกมากๆเดี๋ยวก็พัฒนาได้เอง
ค่อยๆ วาดไปเรื่อยๆ นะ
ไม่มีใครคาบดินสอEEมาตั้งแต่เกิดหรอกนะ สู้ๆ อดทนนะ"
จนแล้วจนรอดก็เสร็จหนึ่งภาพในเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ฝีมือแย่ลงไปพอสมควร
แต่นั่นไม่เป็นไรหรอก เพราะอย่างน้อยผมก็ได้ลงมือทำจนสำเร็จได้

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเหมือนกับการต่อสู้กับตัวเอง
ต่อสู้กับความกลัวภายในใจ
ซึ่งจริงๆแล้วสิ่งเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรตัวเราได้เลย
ใจเราต่างหากที่ฝ่อไปเอง
แต่หากเรากล้าที่จะเผชิญหน้ากับความกลัวภายในใจในขณะนั้น
เอาชนะมันให้ได้
สิ่งที่เราจะได้หลังจากนั้น คือความภาคภูมิใจ
และที่สำคัญควรจะจดจำภาวะอารมณ์ในขณะนั้นๆไว้
เพื่อที่ครั้งหน้า เราจะได้ดึงเอาความกล้าเช่นนั้นมาใช้อีกครั้ง อีกครั้ง ...

หัวห�ม2

และเมื่อค่ำวันนั้นผมได้บังเอิญผ่านไปเวพไซต์ f0nt.com
เนื่องจากจะไปหาฟ้อนท์สำหรับนำเสนองาน
แต่ไปเห็นบทความหนึ่งคือ ทำไมต้องเรียนออกแบบ?
พอได้อ่านแล้วก็รู้สึกว่า ผมช้ากว่าคนอื่นนะ
การที่ผมสนใจในด้านศิลปะและคิดว่าจะจริงจังกับมันจนจะทำเป็นอาชีพเนี่ย
ทั้งๆที่เรียนทางด้านวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์มาเนี่ยนะ
แล้วยังทำตัวแย่ๆอีก คือไม่ฝึกฝน ไม่ลงมือทำ ไม่ทุ่มเท ให้กับมัน
ผม..รู้สึกแย่ และท้อแท้มากๆ....
คนอื่นๆ เขาก้าวไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ผมยังอยู่ตรงนี้ และยังทำตัวแบบนี้อีก
เลิกคิดไปเลยดีกว่ามั้ย..
ถอยหลังกลับไปเรียนทางด้านเดิมดีกว่ามั้ย
จบมาก็มีงานทำ
..ผม จึงได้ไปคิด
.....

ผ่านไปหนึ่งคืน..
มาวันนี้ ผมบังเอิญได้นึกถึงเพลงๆ นึง
(ไปนึงถึงได้ยังไงก็ไม่รุ้แหละ - -)
มีเนื้อเพลงว่า
"Nothing in life will ever come that easy.
Doesn't mean it has to be that hard.

I know you will find out who you are
But when you're broke and down and no one else is around.
You'll come running back to this town and
I'll be there, yeah I'll be there."
ศิลปินคือ DEXTER FREEBISH เพลง Leaving Town
นั่นแหละที่ทำให้ผมตระหนักได้ว่า
ไม่มีสิ่งไหนหรอกที่จะได้มาง่ายๆ แต่มันก็ไม่ได้ยากจนเกินจะทำได้สักหน่อย
อยากจะเก่ง ก็ต้องฝึก ฝึกให้มากๆ ต้องพยายาม ต้องทุ่มเทให้กับมัน
พิจารณาตัวเองเสมอๆว่าตอนนี้เราอยู่ตรงจุดไหนแล้ว
เราได้พัฒนาขึ้นมาจากเมื่อวานมั้ย แล้ว
คนอื่นไปถึงไหนแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว อย่าหยุดเพียงเท่านั้น
แต่จงลงมือทุ่มเทให้กับสิ่งนั้นๆ
จำไว้ว่า ไม่มีใครที่เก่งกาจมาตั้งแต่เกิดหรอก
ความมุ่งมั่นตั้งใจ และความพยายาม ต่างหากที่ทำให้เป็นเขาในวันนี้
ยิ่งถ้าหากรู้ตัวว่าไม่เก่ง ก็ต้องทุ่มเทให้มาก พยายามมากขึ้นไปอีก
สักวันความสำเร็จก็จะเป็นของเรา

คุณชาติ กอบจิตติเคยลงในหนังสืออะเดย์ ฉบับมิถุนายน 2001 ว่า
"ส่วนตัวแล้ว เราจะตั้งเป้าไปไหน เราต้องเดินไปให้ถึง
จะล้มตายกลางทาง หรือไปไม่ถึงจุดหมาย ก็ไม่เป็นไร
เพราะชีวิตนี้เราได้เดินแล้ว
แต่ถ้าใครเดินแบบ.. เฮ้ย! ตรงนี้ไม่ไปแล้วโ้ว้ย
พอไปตรงนี้.. เฮ้ย! ไม่ไปแล้วโ้ว้ย
อย่างนี้มันจะได้อะไร..."

วินเซนต์ แวนโก๊ะห์ กล่าวว่า
"What would life be if we had
no courage to attempt anything"

ป.ล.ที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะไว้เตือนตัวเอง
ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมไปถึงวิธีที่ผมใช้จัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าว
เพื่อที่ว่าหากเกิดเหตุการณ์เ่ช่นนี้อีก ผมจะได้ไม่ต้องหลงทางหาคำตอบอีกครั้งหนึ่ง..

ริมรั้ว

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry