Valentine's Day Gift Ideas

posted on 29 Jan 2011 22:27 by jamezard  in Advertisement
วัน Saint Valentine 's, สั้นลงโดยทั่วไปกับ Valentine 's Day เป็นที่ระลึกประจำปีจัดขึ้นที่ 14 กุมภาพันธ์เฉลิมฉลองความรักและความชอบระหว่างสหายใกล้ชิด วันเป็นชื่อหลังจากที่หนึ่งหรือหลายต้น Christian martyrs วาเลนไทน์ชื่อและก่อตั้งขึ้นโดยสมเด็จพระสันตะปาปา Gelasius ฉันใน 500 AD มันเป็นลบออกจากปฏิทินโรมันของออลเซนต์ในปี 1969 โดยสมเด็จพระสันตะปาปา Paul VI แต่การปฏิบัติทางศาสนาของตนยังคงได้รับอนุญาต มันเป็นประเพณีวันที่คนรักแสดงความรักของพวกเขากันโดยนำเสนอดอกไม้ที่นำเสนอขนมที่ทำและส่งบัตรอวยพร (เรียกว่า"วาเลนไทน์") วันแรกเป็นที่เกี่ยวข้องกับความรักโรแมนติกในวงกลมของ Geoffrey Chaucer ในสมัยกลางสูงเมื่อประเพณีของประจบประแจงเจริญรุ่งเรือง

โมเดิร์น Valentine 's Day สัญลักษณ์รวมถึงโครงรูปหัวใจ, Doves, และตัวเลขของปีกกามเทพ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19, วาเลนไทน์เขียนด้วยมือได้ส่วนใหญ่ให้วิธีมวลผลิตการ์ดอวยพร
 
ของขวัญวันวาเลนไทน์ใกล้จะถูกส่งไปยังชาย

ของขวัญวันวาเลนไทน์ใกล้
 
Customized คิดของขวัญวาเลนไทน์สำหรับเธอ
 
ความคิดสร้างสรรค์สำหรับของขวัญวันวาเลนไทน์

  ของขวัญวาเลนไทน์สำหรับพระองค์ | ของขวัญวาเลนไทน์ที่จะส่งไปยังชาย

   
Tiny Hoop ต่างหูเพชร
 
Diamond Stone - 3 แหวนทองทูโทน
 
พ็อกเก็ตนาฬิกาข้อมือไอเดียสำหรับของขวัญวันวาเลนไทน์สำหรับพระองค์
 
Casual นาฬิกาข้อมือไอเดียของขวัญสำหรับชายสำหรับวันวาเลนไทน์
 
กีฬานาฬิกาของขวัญวาเลนไทน์ที่จะส่งไปยังชาย

Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike  : ภาพรวม

ยินดีต้อนรับสู่ข้อเสนอที่ดีที่สุดคู่มือออนไลน์มอบส่วนลดใหญ่ปิด Wide Range และข้อเสนอพิเศษสุด!
ผมชอบมากที่สุดตอนนี้ในสต็อกทันที Dispatch กับ Fast เสนอที่ดีที่สุดและจัดส่งฟรี!


เรามี
Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike 
ข้อเสนอสมาร์ทและการเลือกที่ดีที่สุดในสต็อกและรวดเร็วการจัดส่งสินค้า
เข้าเยี่ยมชมตอนนี้และบันทึกได้ทันที (รับประกันราคาที่ดีที่สุดของข้อเสนอ 2011. ดีที่สุด!)

   [คลิกเพื่อดูรายละเอียดทั้งหมด ... ]
 
การสอบทานของ Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike จากลูกค้า

     Mamagreen,"ฉันรักนี้
Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike !
     หนึ่งในเพื่อนของจักรยานนี้มีกำลังใจและหายไป 4825 75 £ จนถึงกับจักรยานนี้
     ฉันหวังว่าสำหรับเดียวกัน :)".


     Deborah Woodard (Havre de Grace, MD),"ซื้อ Great. ผมนั่งอยู่บนขี้เกียจและเซียร์ไบค์และเกลียดมัน. ดังนั้นฉันเอาโอกาสและซื้อนี้หลังจากที่วิจัยมาก
Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike ที่ Amazon. ซึ่งมาพร้อมกับ รวดเร็ว. ง่ายต่อการประกอบ. มีให้ฉันเพื่อเริ่มต้นโปรแกรมการออกกำลังกายที่ดี. 4825 กำลังใจฉันอยู่ในจักรยานนี้ทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 20-30 นาที. ผมรักมัน !!!!"


     จอร์จ"ผมอ่านบทวิจารณ์หลายก่อนที่จะซื้อของฉันและพวกเขาทั้งหมดความคิดเห็นที่ดีเกี่ยวกับ
Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike . ผมต้องบอกว่าจักรยานก็สามารถที่จะมีการกล่าว. มันง่ายต่อการประกอบและเป็นเงียบในการดำเนินงาน . ภรรยาของผมที่เป็นผู้ใช้หลักจะมีความสุขมากด้วย"เธอ Stamina4825 จักรยาน". และ (เรา) แนะนำนี้ Stamina 4825 Magnetic Resistance Recumbent Bike จักรยานเพื่อทุกคนที่ต้องการออกกำลังกายส่งผลกระทบต่ำ."


ต้องการความคิดเห็นของลูกค้าอีกหรือไม่
คลิกที่นี่สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม Stamina 4825 ความต้านทานต่อการแสดงความคิดเห็นเอกเขนกจักรยานแม่เหล็ก
 

ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าปัญหาโลกร้อนนั้นอยู่ใกล้ตัวคนไทยมากขึ้น
ดังจะเห็นได้จากการที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนต่างหันมาร่วมกันรณรงค์ปัญหาดังกล่าว
ซึ่งก็มีทั้งที่เกิดจากเจตนาดีที่อยากจะลดปัญหาจริงๆ และก็มีทั้งที่ทำไปเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้ก็ล้วนทำให้คนในสังคมได้ทราบถึงภัยร้ายที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์นั่นเอง

การรณรงค์ให้หันมาใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติกนั้น
ก็ถือได้ว่าเป็นวิธีการแก้ปัญหาโลกร้อนที่ดีและทำได้ง่ายวิธีหนึ่ง
ซึ่งหลายๆคนก็หันมาใช้ถุงผ้ากันเป็นที่เรียบร้อย
จนบัดนี้ก็ได้กลายเป็นแฟชั่นไปแล้ว
แต่ในความเป็นจริงดูเหมือนว่า
เจตนาที่ใช้ถุงผ้าเพื่อลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกนั้นได้ถูกลืมเลือนไป
หลายคนเลือกไปช็อปปิ้งพร้อมกับถุงผ้า แต่ไม่ได้เข้าใจถึงเจตนาของถุงผ้าที่ใช้อยู่

ยกตัวอย่างเช่น น้องแดง(นามสมมติ) เลือกไปช็อปที่พารากอนกับเพื่อนๆแก็งค์ถุงผ้าลดโลกร้อน
น้องแดงและผองเพื่อนก็เดินช็อปไปเรื่อย
จนกระทั่งน้องแดงได้สินค้าที่ต้องการแล้ว ก็ตรงไปยังแคชเชียร์เพื่อชำระเงิน
พนักงานก็บรรจุสินค้าลงในถุงพลาสติกของทางร้าน
แล้วน้องแดงก็รับถุงสินค้านั้นใส่ลงในถุงผ้าอย่างภูมิใจ(ที่ได้ใช้ถุงผ้า)
จากนั้นก็ช็อปต่อไป
จนกระทั่งถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต ก็ซื้อของใช้ต่างๆ มากมาย
และพนักงานที่แคชเชียร์ก็บรรจุของใช้ต่างๆ เหล่านั้นลงในถุงพลาสติกของทางร้าน(อีกเช่นกัน)
น้องแดงก็รับถุงพลาสติกจากพนักงาน ใส่ลงในถุงผ้าอย่างภูมิใจ(อีกเช่นเคย)
แล้วน้องแดงก็นึกได้ว่า วันนี้มีนิตยสารที่ซื้อเป็นประจำวางจำหน่าย
จึงรีบตรงไปยังร้านหนังสือ เพื่อรีบจับจองเป็นเจ้าของก่อนใคร
ด้วยความที่น้องแดงเป็นคนรักหนังสือมาก จึงห่อถุงพลาสติกที่พนักงานบรรจุนิตยสารนั้นไว้เป็นอย่างดี
ก่อนที่จะนำใส่ลงในถุงผ้าประจำกาย(ด้วยความภาคภูมิใจอีกเช่นกัน)
และแล้วก็ถึงเวลากลับบ้าน ระหว่างทางเข้าบ้านนั้น ฝนดันตกลงมาอย่างไม่คาดฝัน
ด้วยความที่กลัวว่าถุงผ้าประจำกายจะเปียก น้องแดงจึงนำถุงพลาสติกที่ได้จากการช็อปในวันนี้
มาห่อหุ้มถุงผ้าแสนรักไว้ แล้วก็ขึ้นรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง เพื่อตรงสู่บ้านแสนรักอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงบ้านน้องแดงก็รู้สึกว่า ช่างโชคดีเสียจริงที่มีถุงพลาสติกใบโตสามารถใส่ถุงผ้าได้พอดี
ไม่เช่นนั้นแล้วป่านนี้ถุงผ้าก็คนเปียกปอนไม่เป็นท่า

เมื่อได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วคุณรู้สึกเช่นไรครับ
ถ้าคุณเคยทำเช่นเดียวกันกับน้องแดง ก็ถือว่าไม่ได้ผิดอะไรร้ายแรงหรอกครับ
เพียงแค่ผิดเจตนาของถุงผ้าเท่านั้นเอง
ผมคิดว่าการใช้ถุงผ้านั้น ควรใช้ เพื่อลดปริมาณการใช้ถุงพลาสติกลงนะครับ
ถ้าคุณใช้ถุงผ้าแล้วยังคงรับถุงพลาสติกจากพนักงานอยู่ แล้วจะใช้ถุงผ้าไปทำไมล่ะครับ

โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ผมคิดว่าควรจะหันมาใช้กระเป๋าพลาสติกที่สามารถกันน้ำได้แทนถุงผ้า
พอเวลาที่ซื้อของ คุณก็ยื่นกระเป๋าของคุณให้กับพนักงานเพื่อใส่สินค้าลงในนั้น
หากคุณต้องการให้ของที่คุณซื้อไม่กระจัดกระจายในกระเป๋า
ทีนี้คุณค่อยนำถุงผ้าที่มีมา ยื่นให้พนักงานแต่ละร้านเพื่อบรรจุของ แล้วก็ใส่ในกระเป๋าของคุณทีเดียว
หรือคุณอาจจะเลือกใช้วิธีอื่นๆ ก็ตามแต่ความพอใจของแต่ละท่านครับ

ขอเพียงว่า ช่วยกันปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากพนักงานในห้างสรรพสินค้า กันนะครับ
อย่ามัวแต่คิดแค่ว่า ฉันใช้ถุงผ้าก็พอแล้วกับการแก้ปัญหาโลกร้อน แต่กลับลืมเจตนาที่แท้จริงของการใช้ถุงผ้าไปนะครับ

 

..พลาสติกคือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ในสมัยก่อนคิดค้นขึ้นเพื่อให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์สะดวกสบายขึ้น
แต่ในความสะดวกสบายดังกล่าวได้สร้างภัยอันร้ายแรงให้กับคนรุ่นหลังเนื่องมาจาก การที่พลาสติกนั้นย่อยสลายได้ยาก..
..และในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ก็พยายามคิดค้นพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายขึ้นโดยการใช้วัสดุจากธรรมชาติ
แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีภัยใดตามมาอีกหรือไม่ในอนาคตข้างหน้า  ถ้ามนุษย์สามารถผ่านพ้นวิกฤติโลกร้อนไปได้..

ที่มารูปภาพ www.prachatai.com

บนท้องฟ้าเมืองกรุง

posted on 05 Dec 2007 01:02 by jamezard  in Diary

เหตุเกิดจากความบังเอิญ..


..บังเอิญที่วันนี้กลับบ้านดึก มาถึงบ้านก็เที่ยงคืนกว่าแล้ว
(ยังมีอารมณ์มาอัพบล๊อคอีก -*-)
..บังเอิญว่าก่อนเข้าบ้าน ได้เงยหน้าขึ้นมองบนท้องฟ้า
(ไม่ได้เห็นยูเอฟโอหรือผีปีศาจอะไรหรอกนะ)
..บังเอิญว่าคืนนี้ ฟ้าโปร่ง และเต็มไปด้วยดวงดาว


...


และในขณะนั้นเอง ด้วยความบังเอิญ..
ก็คิดได้ว่า ..อื่ม.. นี่เราไม่ได้มองดวงดาวบนท้องฟ้ามานานเท่าไรแล้วนะ
..คงตั้งแต่สมัย ม.ปลาย ล่ะมั้งที่ดูดาวเป็นครั้งล่าสุด
พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ดูอีกสักเท่าไร
ทั้งๆ ที่ปีหนึ่งก็อยู่ศาลายา ก็ไม่ค่อยได้ดูเลย..
พอปีสองเป็นต้นมานี่ไม่ต้องพูดถึง
เพราะกลับเข้ามาอยู่ในกรุงเทพแล้ว
โอกาสเห็นดาวบนท้องฟ้านั้นมีน้อยมากเลยอะ..



และในวันนี้ก็ได้ตระหนักว่า..
บนท้องฟ้า ยังคงมีดวงดาวอยู่เสมอมา
ไม่ว่าเราจะเงยหน้าขึ้นไปมองหรือไม่ก็ตามแต่



วันนี้ก็ถือได้ว่าเป็นวันพิเศษเล็กๆน้อยๆ
ที่ทำให้ผมมีความสุขอีกเล็กๆน้อยๆ
กับการที่
..บังเอิญที่วันนี้กลับบ้านดึก
..บังเอิญเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้า
..บังเอิญที่วันนี้ท้องฟ้าเปิด ทำให้มองเห็นดาวได้ค่อนข้างชัดเจน



ชอบฤดูหนาวจัง..
เพราะท้องฟ้าจะปลอดโปร่ง
ปรากฏให้เห็นกลุ่มดาวต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
อีกทั้งยังอาจมองเห็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ๆ โลกได้อีกด้วย

 



...และวันนี้ก็ได้เห็นกลุ่มดาวนายพรานปรากฏอย่างชัดเจนอยู่กลางท้องฟ้าในกรุงเทพฯยามค่ำคืน...


รูปภาพกลุ่มดาวนายพราน (ที่มารูปภาพ NASA)

หัวใจ กับ สมอง

posted on 28 Nov 2007 14:25 by jamezard  in Diary

เรื่องนี้มีจุดเริ่มมาจากเพลงของวง Getsunova ชื่อเพลงอะไรสักอย่างอะครับ
(กลับไปค้นชื่อเพลงมาแล้วครับ ชื่อเพลงว่า ..คนคนเดียว..^^)

ก็คือว่าเมื่อวานนี้นั่งฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกว่า เอ..ชอบจัง
แล้วดันไปคิดต่อว่า ทำไมถึงชอบนะ..
เพลงนี้มันเพราะหรอ เนื้อเพลงโดนใจหรอ
ก็ไม่ใ่ช่นี่หว่า เอ..แล้วเพราะอะไรกันนะ

แล้วเพียงไม่กี่วินาทีจากนั้นก็คิดได้ว่า
แล้วเราจะไปหาเหตุผลทำไมกันนะ
มันก็แค่ชอบ ชอบฟัง
ก็ชอบอะ
ทำไมหรอ

เรื่องบางเรื่องนั้นบางทีก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลให้กับมันหรอก
ชอบก็เพราะว่าชอบ
รักก็เพราะว่ารัก
อย่าไปคิดถึงเหตุผลให้เสียเวลาเลย

บางทีเรื่องของความรู้สึกนั้นก็อย่าไปให้สมองคิดในเชิงตรรกะ
เพื่อหาเหตุผลมาอ้างอิงแนวความคิด มาบอกถึงความรู้สึกนั้นเลย
ให้เป็นหน้าที่ของหัวใจบ้างดีกว่ามั้ย รู้สึกอะไรก็ให้หัวใจพาไป
ไม่ต้องไปรอฟังเหตุผลจากสมองหรอกนะ

หลายครั้งที่เราใช้สมองไปในเรื่องที่ไม่จำเป็น ไปในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของมัน

ลองเปลี่ยนมาใช้หัวใจกับเรื่องเหล่านั้นบ้างดีมั้ย

บางที อะไรๆอาจจะง่ายขึ้นก็ได้นะ

 

 

...มันก็แค่เพลงๆหนึ่ง ชอบก็เพราะว่าชอบ..